Latest Entries »

Maria Montessori คือใคร อยากรู้ คลิกมาดูกันเลย

หลายคนอาจจะสงสัยว่า วันนี้ ทำไม logo goole จึงเปลี่ยนไป กลายเป็นภาพแปลกๆ อย่าได้สงสัยไปเลย เพราะว่าวันนี้ เป็นวันครบรอบ วันเกิดปีที่ 142 ของ แพทย์หญิง Maria Montessori
ผู้ก่อตั้งหลักสูตร มอนเตสซอรี่ ซึ่่งมีส่วนสำคัญในการเปลี่ยนให้เด็กที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา สามารถพัฒนาตัวเองได้ ด้วยการเรียนรู้ที่สนุกสนาน และ เพลิดเพลิน

ซึ่งต่อมา แนวคิดของเธอก็ได้นำเอามาใช้กับเด็กปกติทั่วไป จนกลายเป็นที่ยอมรับในวงกว้าง และพ่อแม่ผู้ปกครองก็ได้แนวคิดมาใช้ในการดูแลเด็กในปกครองเพื่อให้เป็นบุคคลที่มีความพร้อมในสังคมโลก

Maria Montessori
Maria Montessori
ผลสลากกินแบ่ง 16 สิงหาคม 2555

ผลสลากกินแบ่ง 16 สิงหาคม 2555 
และแล้ววันพรุ่งนี้ ก็จะเป็นวันที่คนไทย มีความหวังกันอีกครั้งหนึ่งแล้วล่ะครับ เพราะว่า ผลสลากกินแบ่งรัฐบาล จะออกมาแล้ว
หลายคนจึงรอตรวจหวย หรือ ตรวจผลสลากกินแบ่ง นั่นเอง

ซึ่งจะเริ่มกันในเวลา 15.00 น. ของวันที่ 16 สิงหาคม 2555

ใครลุ้นเลขอะไร ก็ขอให้สมดังหวังนะครับ 

แล้วผมจะมา update ให้ทราบกัน
ผลสลากกินแบ่ง 16 สิงหาคม 2555 

Julia Child ครบรอบวันเกิด 100 ปี เชฟดังเจ้าของรายการอาหารทางโทรทัศน์

<ignore_js_op>Julia-Child-google.jpg 

วันนี้ logo google ก็ได้มาถึงครา แนะนำคนดังในอดีตอีกท่านหนึ่ง คือถ้าเป็นคนไทยเรา หากจะรู้จักรายการทีวีที่เกี่ยวกับการทำอาหาร สมัยก่อนก็น่าจะเป็นหม่อมถนัดศรี ต่อมาก็เป็นหมึกแดง วัยรุ่นหน่อย ก็เชฟอิ๊ก ครัวอินดี้ นั่นปะไร

แต่ถ้าถามถึงรุ่นใหญ่ทางฝั่งตะวันตกแล้วล่ะก็ ชื่อของ Julia Child  นั้นถือว่าเป็นอันดับต้นๆ เลยทีเดียว ซึ่ง logo google วันนี้ ก็ได้ทำเป็นภาพเชฟหญิง ที่กำลังยิ้มแย้มปรุงอาหาร (อาจจะกำลังทำให้คนดูผ่านหน้าจอก็ได้) 
ที่มาของ logo นี้ก็คือ วันนี้เป็นวันเกิดปีที่ 100 ของ julia child นั่นเอง

ประวัติโดยสังเขปของ Julia Child 

จูเลีย ชายด์ หรือ Julia Child  นั้น เกิดวันที่ 15 สิงหาคม 1912 เสียชีวิตเมื่อ 13 สิงหาคม 2004 
เป็นชาวอเมริกัน ที่มีชื่อเสียงด้านการเป็นเชฟ นักเขียน และ ผู้ดำเนินรายการโทรทัศน์ 

ผลงานซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีของ Julia Child  ก็คือ ตำราอาหาร Mastering the art og French Cooking ที่เธอเขียนเกี่ยวกับอาหารฝรั่งเศส และรายการทำอาหารทางโทรทัศน์ ที่มีชื่อว่า The French Chef (ออกอากาศครั้งแรก ในปี 1963)

London 2012 rhythmic gymnastics กับริบบิ้นสุดฮิต ยิมนาสติกลีลา โอลิมปิก

London-2012-rhythmic-gymnastics

London-2012-rhythmic-gymnastics

 

แม้วันนี้ logo google จะไม่มี เกมให้เล่นเหมือนวันก่อน (ไม่รู้เพราะไม่รู้จะทำอย่างไรให้สนุก หรือ รูปแบบการทำยากเกินไป เลยไม่ได้ทำเกม) logo doogle วันนี้ จึงกลายเป็น ภาพนักยิมนาสติกสาว วาดลวดลาย พริ้วไหวเหนือสายน้ำ เป็น logo google ขึ้นมา

London 2012 rhythmic gymnastics  หรือ ยิมนาสติกลีลา โอลิมปิก เป็นการแข่งขันที่แสดงออกถึงความยืดหยุ่น และ ความไวของร่างกายมนุษย์ ออกมาเป็นท่าทางอันอ่อนช้อยสวยงาม

London 2012 football เล่นเกม ฟุตบอลโอลิมปิก กับ google กันมั้ย

<ignore_js_op>London 2012 football
London 2012 football

<ignore_js_op>London 2012 football
London 2012 football

<ignore_js_op>London 2012 football
London 2012 football

สนุกกันต่อกับโอลิมปิกเกมส์ 2012 หรือ london 2012 กันอีกวัน กับ logo google ที่ทำออกมาเป็นเกม กีฬาฟุตบอล โดยคุณมีหน้าที่เป็นผู้รักษาประตูนั่นเอง แต่ไม่ได้บอกนะครับ ว่าเป็นทีมชาติอะไร

หน้าที่ของคุณคือ การป้องกันไม่ให้ฝ่ายตรงข้ามยิงทำประตูของเราได้

อะ มาเล่นเรือแคนู สลาลม กัน London 2012 slalom canoe

<ignore_js_op>London-2012-slalom-canoe.jpg

8 ชั่วโมงก่อน อัปโหลด

ดาวน์โหลด (24.69 KB)
ตั้งเป็นภาพปก

วันนี้ logo google ทำเก๋อีกแล้ว ให้เราได้สนุกกับเกม แข่งเรือแคนูสลาลม หรือ London 2012 slalom canoe  นั่นเอง
วิธีการเล่น ใช้การกด ปุ่ม keyboard ทิศทาง ซ้ายขวา เป็นการพายเรือ แล้วใช้ปุ่มขึ้นลง ในการ บังคิบทิศทาง เพิ่มเติม

ลองเล่นแล้วกว่าจะชนะ ใช้เวลา 36 วินาที ว้า ไม่ค่อยดี London 2012 slalom canoe

 
 
 
 

ไม่รู้ว่าเคยเห็นกันหรือยังนะครับ แต่… อยากรู้ว่า คิดยังไงกับ clip นี้!!
วันนี้ เพื่อนๆ อาจจะสงสัยว่า ทำไม logo google เป็นภาพเครื่องบิน นั่นเป็นเพราะว่า วันนีเป็นครบรอบวันเกิด ปีที่ 115 ของ Amelia Earhart นักบินหญิงคนแรกของโลก ที่ทำสถิติ ขึ้นบินในฐานะผู้โดยสารข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก และต่อด้วยการบินเดี่ยวเองเป็นผลสำเร็จในปี พ.ศ. 2475

<ignore_js_op>Amelia Earhart.jpg

Amelia Earhart  เกิดที่เมืองแอตชิสัน รัฐแคนซัส ที่บ้านของอัลเฟรด โอตีสผู้เป็นปู่ ซึ่งเป็นผู้พิพากษาของรัฐบาลกลางและเป็นผู้ได้รับการนับหน้าถือตาในเมืองนี้ ปู่ของอะมีเลียไม่พอใจในตัวบุตรชายชื่อเอดวินซึ่งเป็นบิดาของเธอ กล่าวกันว่าการไม่ลงรอยกันแทบทุกเรื่อง เป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ครอบครัวของอะมีเลียแตกแยก และน่าจะมีผลต่อจิตใจในวัยเยาว์จนทำให้เธอกลายเป็น “ทอมบอย” เล่นซนอย่างเด็กผู้ชายและหันมาสนใจในการบินเมื่อเติบโตขึ้น

Amelia Earhart  เริ่มเรียนการบินครั้งแรกสนามบิน “คินเนอร์” เมืองลองบีชโดยครูการบินชื่อแอนิตา สนูก นักบินสตรีรุ่นบุกเบิก และหกเดือนต่อมาเธอก็ซื้อเครื่องบินปีกสองยี่ห้อ “”คิสเซลแอร์สเตอร์” ชั้นสีเหลืองเมื่อ วันที่ 22 ตุลาคม 2465 และตั้งชื่อว่า “แคนารี” หรือนกขมิ้นและทำการบินสูงได้ถึงระดับ 14,000 ฟุต(4.2 กิโลเมตร)ทำลายสถิติโลกสำหรับนักบินสตรี ในวันที่ 5 พฤษภาคม พ.ศ. 2466Amelia Earhart ก็ได้รับใบอนุญาตการบินนานาชาติ

Amelia Earhart ได้รับการทาบทามให้เป็นผู้โดยสารบินรวมกับนักบินชายชื่อ วิลเมอร์ ชุลท์และผู้ช่วยนักบอน-ต้นหนชื่อหลุยส์ กอร์ดอน ทั้งสามคนได้บินออกจากชายฝั่งนิวฟาวด์แลนด์ด้วยเครื่องบิน ฟอกเกอร์ เอฟ 7 ไปถึงสนามบินเบอร์รีพอร์ทในประเทศอังกฤษเมื่อวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ. 2471 โดยใช้เวลาบิน 21 ชั่วโมง ในระหว่างบินอะมีเลียได้มีโอกาสขับและทำบันทึกปูมการบินซึ่งส่วนหนึ่งเขียนว่า “ใครก็แล้วแต่ที่พบซากเครื่องบินนี้ ได้โปรดทราบด้วยว่าเป็นเพราะฉันบินหลงในพายุไปหนึ่งชั่วโมง” ทั้งสามคนกลับมารับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ด้วยขบวนพาเหรดโปรยกระดาษเทปตามถนนในนครนิวยอร์ก ได้เข้าพบประธานาธิบดี “แคลวิน คูลิดจ์” ที่ทำเนียบขาว และโดยที่เธอมีรูปร่างละม้ายชาร์ล ลินเบิร์ก จึงได้รับสมญาว่า “เลดี ลินดี”

วันที่ 11 มกราคมอะมีเลีย Amelia Earhart  เป็นคนแรกที่บินข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกจากฮาวายมาแคลิฟอร์เนีย บินเดี่ยวจากลอสแอนเจลิสถึงเม็กซิโกซิตีและบินกลับมาลงที่นิวเจอร์ซี อะมีเลียเป็นครองสถิติการบินต่างๆ เป็นจำนวนมาก และในปี พ.ศ. 2478 เธอได้เข้าร่วมงานสอนที่มหาวิทยาลัยเพอร์ดิวเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาด้านเส้นทางการประกอบอาชีพแก่นักศึกษาหญิงเมื่อจบการศึกษา

บินรอบโลก

จากการรายงานตำแหน่งครั้งสุดท้ายของอะมีเลียแจ้งว่าอยู่เหนือเกาะนูกุมานู อยู่ห่างจากต้นทางประมาณ 1,300 กิโลเมตร เรือยามฝั่งชื่อ ไอทัสกา ได้รับหน้าที่ติดต่อวิทยุและควบคุมการบินลงเมื่อเครื่องบินของอะมีเลียเข้าถึงระยะติดต่อได้ แต่จากการติดต่อด้วยวิทยุมีปัญหาสับสนการนำทางโดยวิทยุจึงไม่บรรลุผล ในขณะนั้นก็ปรากฏว่ามีเมฆมากกระจายตัวทอดเงาลงบนทะเลดูคล้ายเกาะมากมายไปหมด แม้การติดต่อด้วยคำพูดของอะมีเลียกับเรือยามฝั่งที่บ่งบอกว่าได้มาถึงที่หมายแล้วและรู้ว่าพลาดเป้าไป 9 ไมล์ทะเล ก็ไม่ปรากฏตัวเครื่องบินให้เห็น การติดต่อได้ต่อเนื่องกระท่อนกระแท่นอยู่หลายชั่วโมงสัญญานจึงขาดหายไป มีผู้ได้รับสัญญาณของอีเลกตราที่หายไปได้รอบๆ แปซิฟิก

Peter Carl Fabergé คือใคร อยากรู้ ตามเลย
ปีเตอร์ คาร์ล แฟเบอร์เช ( Peter Carl Fabergé ) เกิดเมื่อวันที่ 30 พฤษภาคม ค.ศ. 1846 ในประเทศรัสเซีย เดิมทีเป็นชาวฝรั่งเศส แต่ย้ายมาตั้งถิ่นฐานในรัสเซีย เขาเกิดมาในครอบครัวช่างทอง และเขาได้ศึกษาและรับการถ่ายทอดการเป็นช่างทองอย่างเชี่ยวชาญ หลังจากจบการศึกษา เขาได้เปิดร้านจิลเวลลี่ในรัสเซีย จุดนี้เองที่เขาได้มีโอกาสได้สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ โดยเฉพาะมรดกสมบัติที่เก็บสะสมของพระเจ้าซาร์แห่งรัสเซียจากแคตาล็อกประเมินราคา
หลังจากนั้นเขาก็ได้สร้างผลงานศิลปะอัญมณีล้ำค่าออกมามากมาย จนมีชื่อเสียงโด่งดังในยุคนั้น โดยเฉพาะงานไข่อีสเทอร์ที่สร้างชื่อเสียงให้เขาเป็นที่รู้จักดังรูป Google ที่แสดงในวันนี้
Bob Moog ครบรอบวันเกิด ปี ที่ 78 ของ Robert Moog

bob001.jpg
Bob Moog

bob002.jpg
Bob Moog

bob004.jpg
Bob Moog

ซินธิไซเซอร์ของดนตรีสมัยใหม่ถูกสร้างโดย Robert Moog Bob Moog  ซึ่งเป็นลูกศิษย์ของ Peter Mauzey หนึ่งในวิศวกรของ RCA Mark II Moog ได้ออกแบบวงจรที่ใช้กับซินธิไซเซอร์ของเขา ขณะที่อยู่ที่โคลัมเบีย-ปรินเซตอน ซินธิไซเซอร์ของ Moog ถูกนำแสดงครั้งแรกที่ สมาคมวิศวกรรมด้านเสียงดนตรี (Audio Engineer Society ) เมื่อเข้าสู่ปี 1964 เช่นเดียวกับ RCA Mark II ที่ต้องการเวลาในการสร้างเครื่องจักรที่ให้เสียงชนิดใหม่ๆ แต่เล็กกว่าและใช้ได้สะดวกกว่า ซินธิไซเซอร์ของ Moog จนกระทั่งปี 1968 เรื่องนี้ได้กลายเป็นเรื่องอื้อฉาว

Mycky Dolenz แห่ง The Monkees ได้ซื้อซินธิไซเซอร์ 3 ชิ้นแรกของ Moog และซินธิไซเซอร์ก็เริ่มมีการทำธุรกิจทางการค้าขึ้นผ่านซินธิไซเซอร์ Moog ซึ่งจัดเป็นอัลบั้มที่ 4 ของ Monkee แห่งค่าย Pises Aquarius Capricorn & Jones ในปี 1967 ค่าย Pises Aquarius Capricorn & Jonesยังได้อัลบั้มแรกที่ใช้ซินธิไซเซอร์แล้วเพลงติดอันดับ 1 ของความนิยม นอกจากนี้ยังเป็นเพลงแรกจากการใช้ซินธิไซเซอร์ที่ขายได้กว่าล้านอัลบั้ม ในปี 1968 อัลบั้ม Switched-On Bach โดย Wendy Carlos Switched-On Bach ยังเป็นการอัดเพลงคลาสสิคที่ได้รับความนิยมที่สุดชุดหนึ่งเท่าที่เคยมีมา ระหว่างปลายยุค 1960 กว่าร้อยเพลงที่เป็นที่นิยมใช้เสียงที่ได้จากซินธิไซเซอร์ของ Moog ซินธิไซเซอร์ของ Bob Moog ใช้อัดเสียงจนแพร่หลายซึ่งได้สร้างเสียงใหม่ๆ จากซินธิไซเซอร์ของเขา ซึ่งตอนนั้นไม่ได้มีเฉพาะซินธิไซเซอร์ของ Bob Moog จึงเป็นที่นิยมและขายได้มากทีเดียว

นอกจากนี้ Bob Moog ยังสร้างมาตรฐานสำหรับการควบคุมการส่งสัญญาณด้วยการกำหนด 1 โวลต์ต่อ 1 ออกเตฟ (Octave) ในการควบคุมระดับเสียงและแยกสัญญาณส่วนเกิน นี่เป็นมาตรฐานที่ทำให้ซินธิไซเซอร์เปลี่ยนจากเครื่องมือที่ยุ่งยากเป็นเครื่องที่ง่ายต่อการใช้ การควบคุมระดับเสียงมักจะใช้กำหนดทั้งออแกนในรูปแบบของคีย์บอร์ดหรือ เครื่องจัดเรียงเสียงดนตรี (music sequencer) ซึ่งสร้างลำดับในการควบคุมแรงดันไฟฟ้าเพื่อการกำหนดคาบเวลา และยังอนุญาตให้สร้างเสียงดนตรีบางตัวโดยอัตโนมัติ

Bob Moog